เมื่อเวลามีอาการเป็นหวัดคัดจมูก หลายคนก็มักจะหยิบนำมาใช้ นั่นคือ วิคส์ วาโปรัป (Vicks VapoRub) เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี รู้หรือไม่ว่านอกจากวิคส์จะมีประโยชน์ตามฉลากที่บอกสรรพคุณไว้แล้ว เรายังสามารถนำวิคส์มาใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีกดังนี้

1.แก้คัดจมูก

ใครๆต่างก็ใช้ วิคส์ วาโปรับ เมื่อเกิดอาการ คัดจมูก หายใจไม่ออก เพียงแค่ทาที่บริเวณหน้าอกและลำคอ ก็จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก คุณจะรู้สึกได้เลยว่าจมูกโล่ง หายใจได้สะดวกขึ้น

2.เท้าอุ่น ไม่เป็นหวัด

ถ้ามีอาการไอในตอนกลางคืนจนทำให้นอนไม่หลับ ให้ทาวิคส์ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างให้ทั่ว แล้วสวมถุงเท้านอน เมื่อคุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาการไอจะหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ

3.กล้ามเนื้ออักเสบ

อาการกล้ามเนื้ออักเสบ เพราะทำงานหนักเกินไป แค่ทาวิคส์บริเวณที่ปวดจะช่วยระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น

4.เชื้อราที่เล็บ

เพียงทาวิคส์ที่เล็บมือเล็บเท้าที่คุณสงสัยว่าจะเป็นเชื้อรา ทาทิ้งไว้เพียงวันเดียว เจ้าเชื้อราก็หายเกลี้ยง!!

5.แมวจอมซน

ทาสแมวทั้งหลายคงปวดหัวกับรอยขีดข่วนที่มีอยู่รอบบ้าน ถ้าอยากหยุดพฤติกรรมแมวจอมซน แค่ทาวิคส์ไว้บางๆ เจ้าเหมียวก็จะไม่มาบริเวณนั้นอีก เพราะมันไม่ชอบกลิ่น ชนิดที่ว่าไม่อยากเข้าใกล้เลยล่ะ แต่ถ้าแมวเหมียวชอบกัดข่วนแขนขาของคุณ ก็เอามาทาป้องกันได้เหมือนกันนะ

6.สัตว์เลี้ยงฉี่ไม่เป็นที่

ถ้าเจ้าหมาแมวฉี่เรี่ยราดเพื่อแสดงอาณาเขต ให้ทาวิคส์บริเวณนั้น กลิ่นจะรบกวนจนหมาแมวไม่กล้าฉี่แถวนั้นเลยล่ะ

7.ปวดหัว

ถ้ามีอาการปวดหัวให้ทาวิคส์ที่บริเวณขมับและหน้าผาก จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ เพราะกลิ่นเมนโทลาทั่มจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด

8.นอนหลับสนิทขึ้น

รู้หรือไม่ว่า วิคส์สามารถใช้กับเครื่องทำความชื้นได้ แต่ต้องมีช่องใส่น้ำมันหอมระเหยด้วยนะ เมื่อใส่วิคส์เข้าไปเครื่องจะช่วยกระจายกลิ่นไปรอบห้องทำให้หายใจคล่องขึ้น นอนหลับสบายทั้งคืน

9.แผลติดเชื้อ

ถ้าถูกบาดเป็นแผลเล็กๆ ให้ทาวิคส์ที่แผลเพียงทาเบาๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ และแผลยังหายเร็วขึ้นด้วย

10.แมลงสัตว์กัดต่อย

ถ้าโดนแมลงกัด ให้ทาวิคทันที กลิ่นของวิคจะทำให้สัตว์หนีไปไม่มากัดเราอีก

11.แข่งม้า

นักแข่งม้ามืออาชีพ จะใช้วิคส์ทาใต้จมูกของม้าแข่ง เพื่อให้ม้ามีสมาธิในการแข่งขันมากขึ้น เดี๋ยวได้กลิ่นม้าตัวเมียแล้วจะเสียสมาธินั่นเอง

12.ไล่ยุง

ทาวิคส์ที่ผิวหรือเสื้อผ้าของคุณก็ได้ ยุงจะไม่กล้าเข้าใกล้คุณเลยล่ะ แต่ถ้าโดนยุงกัดไปแล้ว ให้ทาวิคส์บางๆเพื่อบรรเทาอาการคัน

แหล่งที่มา : chit-in

คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งกฟก.เฉพาะกิจลุยล้างหนี้เกษตรกรกว่า 5 แสนราย มูลหนี้กว่า 8.47 หมื่นล้านใน 180 วัน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 26/2560 ปลดคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ชุดเดิมพ้นจากตำแหน่ง และตั้ง “คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ” หรือ กฟก.เฉพาะกิจ มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูฯให้ลุล่วงภายใน 180 วันนั้น

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลหนี้สินเกษตรกร ใน กฟก.เฉพาะกิจ เปิดเผยว่า ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรม การ 4 คณะขึ้นมาดำเนินการ ได้แก่ คณะอนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร กรณีเร่งด่วน, คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และยืนยันข้อมูลหนี้สินเกษตรกร, คณะทำงานตรวจสอบ ข้อมูลหนี้สินเกษตร กรระดับจังหวัด และคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลหนี้สินเกษตรกรระดับอำเภอ เพื่อจัดระบบฐานข้อมูลหนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 5.12 แสนราย รวม 6.46 ล้านบัญชี มูลหนี้ 8.47 หมื่นล้านบาทให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ในส่วนของคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลหนี้สินระดับจังหวัด/อำเภอ จะทำหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อเกษตร กรและข้อมูลหนี้สิน โดยจัดทำสรุปรายชื่อเกษตรกรจำนวนหนี้  จำแนกวัตถุประสงค์การกู้ กล่าวคือ เป็นหนี้อันเนื่องจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม กับไม่ได้เป็นหนี้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม จำแนกสถานะหนี้ อาทิเช่น

หนี้ไม่ผิดนัดชำระหรือหนี้ปกติ หนี้ผิด นัดชำระ (หนี้ NPL) ทั้งยังไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี จนถึงหนี้ผิดนัดชำระที่ถูกฟ้องล้มละลาย หรือจำแนกหลักประกัน เป็นหลักทรัพย์หรือบุคคล ยอดรวมหนี้สิน ไม่เกิน 2.5 ล้านบาทหรือเกิน 2.5 ล้านบาทต่อราย เป็นต้น

นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้วจะเข้าสู่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ และลำดับต่อไปจะเข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบในคฟก.เฉพาะกิจ ที่มีรัฐมนตรีเป็นประธาน จะทราบว่าเกษตรกรที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือมีทั้งหมดกี่ราย มูลหนี้เท่าไร

จากนั้นจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบในลำดับสุดท้าย ในเร็วๆ นี้จะมีประกาศรายชื่อ ขอให้เกษตรกรไปยืนยันสิทธิ์ได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) สาขาจังหวัดตามภูมิลำเนา มั่นใจว่าการจัดการหนี้จะเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่คสช.ให้เวลา 180 วัน หรือ 6 เดือน (ภายใน 18 ต.ค.60)

ด้านนายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ กฟก. กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ขึ้นทะเบียนหนี้กว่า 5 แสนราย จะมีการประกาศรายชื่อในวันที่ 9 กรกฎาคม-10 สิงหาคมนี้ จึงขอให้เกษตรกรมายืนยันสิทธิ์ เพื่อรับการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 มิถุนายนนี้จะมีการประชุมคฟก.เฉพาะกิจที่มีรัฐมนตรีเกษตรฯเป็นประธาน ทาง กฟก.จะส่งรายชื่อเกษตรกรจำนวน 8,000 ราย มูลหนี้กว่า 2,000 ล้านบาทให้พิจารณา ซึ่งกฟก.สามารถซื้อหนี้จากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้ทันที เพราะมีงบประมาณอยู่แล้ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เผยว่า หนี้เกษตรกร 5.12 แสนราย แยกเป็นรายสถาบัน ดังนี้

1. โครงการส่งเสริมของรัฐ จำนวนกว่า 2 หมื่นราย มูลหนี้ 1,082 ล้านบาท

2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 2.89 แสนราย มูลหนี้ 4.74 หมื่นล้านบาท

3. ธนาคารพาณิชย์ 1.87 หมื่นราย มูลหนี้ 1.45 หมื่นล้านบาท

4. นิติบุคคลกว่า 2 หมื่นราย มูลหนี้กว่า 6,000 ล้านบาท

5. สหกรณ์การเกษตร 1.58 แสนราย มูลหนี้ 1.58 หมื่นล้านบาท และอื่นๆ จำนวนกว่า 5,000 ราย มูลหนี้ 569 ล้านบาท

แหล่งที่มา : commentfun

คงมีเพียงไม่กี่คนที่อยากใส่แว่นอยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่ด้วยการที่มองเห็นอะไรได้ไม่ชัด มองได้ลำบากถึงจะต้องใส่แว่นอยู่ตลอดเวลา การที่ “สายตาสั้น” คงไม่มีอะไรน่ารำคาญเท่าเจ้าแว่นเลนส์หนาเตอะที่ใส่อยู่ หรือบางคนอาจใส่คอนแทคเลนส์เพื่อตัดปัญหาการใส่แว่น แต่ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาอยู่ดี มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากสายตากลับมาเป็นปกติได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำวิธีรักษาอาการสายตาสั้น ด้วยวิธีธรรมชาติ แล้วคุณจะต้องเมินแว่นอันเดิมของคุณตลอดไป…

 

บทความหนึ่งในนิตยสารด้านสุขภาพของอเมริกา เกี่ยวกับวิธีที่จะช่วยบำบัด อาการสายตาสั้นให้ดีขึ้น ซึ่งหากลองนำไปปฏิบัติประมาณ 2-3 อาทิตย์ทุกวัน จะรู้สึกว่าสายตาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิธีง่ายๆที่จะช่วยบำบัด อาการสายตาสั้น

สิ่งที่ต้องทำเป็นนิสัย คือ สวมแว่นสายตา เมื่อจำเป็นเท่านั้น พยายามอย่าสวมแว่น ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อไรก็ตามเท่าที่จะทำได้ เพราะมันจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อตา และระบบประสาทรอบดวงตาของคุณ รู้สึกผ่อนคลาย

วิธีอ่านหนังสืออย่างถูกต้อง

เมื่อไหร่ก็ตาม ที่อ่านหนังสือ ต้องถอดแว่นออกทุกครั้ง แล้วพยายามอ่านหนังสือโดยที่ พยายามให้ตาทั้งสองข้างอยู่ห่างจากหนังสือมากที่สุด แต่ต้องเป็นระยะที่สามารถอ่านตัวหนังสือได้อย่างชัดเจน หากทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว จะรู้สึกว่า คุณจะค่อยๆ สามารถอ่านหนังสือได้ห่างมากขึ้นไปเรื่อยๆ

สำหรับที่คนสายตาสั้นไม่เท่ากัน ระยะห่างที่ชัดเจนของตาแต่ละข้างนั้น ค่อนข้างจะแตกต่างกัน ดังนั้นเวลาอ่านหนังสือ ให้ใช้มือข้างใดก็ได้ ปิดตาข้างหนึ่งไว้ แล้วค่อยๆ อ่านด้วยตาทีละข้างสลับกันไป แต่ถ้าสายตาทั้งสองข้างต่างกันแค่นิดเดียว อ่านพร้อมกันทั้งสองข้างเลยก็ไม่เป็นไร

กระพริบตาให้บ่อย การฝึกกระพริบตาให้บ่อย (ประมาณ 1 ครั้ง ต่อ 10 วินาที) จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อตา รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด

วิธีบำบัดที่ต้องทำเป็นประจำ (ต้องทำทุกวิธี)

การบริหารกล้ามเนื้อดวงตา ให้ชำเลืองตาขึ้นไปข้างบน ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วชำเลืองตา ลงข้างล่าง ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วชำเลืองตา ไปทางซ้าย ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วชำเลืองตา ไปทางขวา ค้างไว้ประมาณ 5 วินาทีเสร็จแล้วพักตาสักพัก แล้วเริ่มทำใหม่ไปอีกเรื่อยๆ วันละ 10 นาที

การบำบัดด้วยน้ำเย็น

เมื่อล้างหน้าเสร็จ ก่อนจะอาบน้ำ ให้เตรียมน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำอุ่น) ใส่กะละมังเล็กๆ ไว้ ก้มหน้าลงไปเล็กน้อย ทำมือทั้งสองให้เป็นรูปถ้วย แล้วกวักน้ำให้เต็ม ให้มืออยู่ห่างจากดวงตาประมาณ 6 เซนติเมตร หลับตาลง แล้วค่อยๆ สาดน้ำมากระทบเปลือกตาเบาๆ น้ำเย็นจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบดวงตารู้ผ่อนคลายได้มา กขึ้น (ให้ทำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที)

การบำบัดด้วยการสร้างมโนภาพ

ให้หาหนังสืออะไรก็ได้มา 1 เล่ม เปิดหน้าไหนก็ได้ที่มีตัวหนังสือ ถอดแว่นออก แล้วเลือกคำอะไรก็ได้ 1 คำจากหน้านั้น จำรูปร่าง ของคำนั้นไว้ให้ดี ยื่นหนังสือออกไปให้ไกล ในระยะที่คุณมองเห็นไม่ชัดและเบลอ แล้วหลับตาลง นึกภาพในใจให้รู้สึกว่าคุณเห็นคำนั้นได้อย่างชัดเจน การทำเช่นนี้ จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาค่อยๆ ปรับโฟกัส ให้ดีขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ (ให้ทำทุกวัน วันละประมาณ 10 นาที)

การบำบัดด้วยอุ้งมือ

ก่อนนอน ให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่นั่งสบายๆ หลับตาลง แล้วใช้อุ้งมือซ้ายปิดตาซ้ายเบาๆ และใช้อุ้งมือขวาปิดตาขวาเบาๆ จะช่วยทำให้ไม่มี แสงเล็ดลอด เข้าสู่ตาได้ ความมืดมิดที่เห็น จะทำให้ดวงตารู้สึกสบายกว่าปกติ (ให้ทำทุกวันก่อนนอน วันละอย่างต่ำ 45 นาที)

หากปฏิบัติเป็นประจำ หรือทำเป็นนิสัย ไม่นานนักสายตาจะกลับเป็นปกติมากขึ้น จนตัวเองต้องตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ลืมไปเลยว่าเคยใส่แว่น

แหล่งที่มา : tidface

น้ำมะกรูด เครื่องดื่มสุขภาพดี ที่สามารถหาทานได้ไม่ยุ่งยาก และมีสรรพคุณทางยา ที่สามารถทานได้ทั้งใบและลูก ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ

มะกรูด เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในบ้านของทุกคน ซึ่งมะกรูดสามารถรับประทานได้ทั้งใบและผล เราจึงนำมะกรูดมาทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร สารที่สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะ สามารถช่วยขจัดสารพิษมากมาย

ซึ่งสารที่ว่านี้ได้มาจากมะกรูด เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยนำมะกรูดมาแปรรูปทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังเป็นการนำสิ่งที่หาได้ง่ายภายในบ้านมาใช้ให้เป็นประโยชน์

วิธีทำเครื่องดื่มสมุนไพร

  1. ล้างมะกรูดให้สะอาด นำไปหั่นเป็นแว่นหรือชิ้นสั้นกลม ถ้ามีเม็ดแกะเม็ดออกนะคะ
  2. ส่วนฉันก็หั่นเป็นชิ้นคะ นำไปใส่ในขวดโหลแก้ว
  3. เติมน้ำตาลทรายแดง แบบนี้นะคะ ปิดฝาทิ้งไว้ 15 วัน
  4. 15 วัน ผ่านไป น้ำตาล น้ำมะกรูด กลายเป็นน้ำเมาไปแล้ว
  5. ตักชงสัก 2 ช้อนชาคะ หรือมากกว่านั้นก็เป็นยา
  6. เติมน้ำแข็ง ชงให้เข้ากัน หอม เย็นหวานชื่นใจคะ แก้ไอ นอนหลับสบายคะ (เพราะมึน ฮ่า)
  7. ท่านที่มีไอแห้ง มีปัญหาการนอนหลับ ชงดื่มก่อนนอน

 

ประโยชน์ของมะกรูดทั้ง 38 ข้อ

  1. มะกรูดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและต้านทานโรค
  2. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  3. น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเครียด คลายความกังวล ทำให้จิตใจสงบนิ่ง ด้วยการสูดดมผิวมะกรูดหรือน้ำมันมะกรูดจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่การใช้ไม่ควรจะใช้ความเข้มข้นมากกว่า 1% เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  4. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ด้วยการใช้ผิวมะกรูด รากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อย ในปริมาณเท่ากัน นำมาบดเป็นผง นำมาชงละลายน้ำร้อนหรือต้มเป็นน้ำดื่ม
  5. ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้ผิวมะกรูดสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ช้อนแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม 1-2 ครั้ง (เปลือกผล)
  6. ช่วยแก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ด้วยการใช้เปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกับน้ำเดือดใส่การบูรเล็กน้อย แล้วนำมารับประทานแก้อาการ (เปลือกผล)
  7. ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ ด้วยการใช้ผลมะกรูดนำมาผ่าซีก เติมเกลือ นำไปลนไฟให้เปลือกนิ่ม แล้วบีบน้ำมะกรูดลงในคอทีละน้อย ๆ จะช่วยแก้อาการไอได้ สูตรนี้ก็สามารถใช้เป็นยาขับเสมหะได้ด้วยเช่นกัน
  8. ใช้แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ช้ำในได้อีกด้วย
  9. ช่วยฟอกโลหิต ด้วยการนำผลมะกรูดสดมาผ่าเป็น 2 ซีกแล้วนำไปดองกับเกลือหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 เดือน แล้วรินเอาแต่น้ำดื่ม จะช่วยฟอกโลหิตได้เป็นอย่างดี
  10. ใบมะกรูดมีสรรพคุณช่วยยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต่อต้านมะเร็งได้ เนื่องจากใบมะกรูดนั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน
  11. ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ ด้วยการใช้ผิวมะกรูดสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ช้อนแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม 1-2 ครั้ง (เปลือกผล, ราก)
  12. น้ำมะกรูดใช้แก้อาการเลือดออกตามไรฟันได้ โดยหลังแปรงฟันเสร็จให้ใช้น้ำมะกรูดถูบาง ๆ บริเวณเหงือก
  13. ใช้ปรุงเป็นยาช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง ด้วยการใช้ผิวมะกรูดสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ช้อนแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม 1-2 ครั้ง (เปลือกผล)
  14. ช่วยแก้อาการปวดท้องหรือใช้เป็นยาแก้ปวดท้องในเด็กอ่อน ด้วยการนำผลมะกรูดมาคว้านไส้กลางออก นำมหาหิงคุ์ใส่และปิดจุก แล้วนำไปเผาไฟจนดำเกรียมและบดจนเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งไว้รับประทานแก้อาการปวดได้ หรือจะนำมาป้ายลิ้นเด็กอ่อน ใช้เป็นยาขับขี้เทาก็ได้เช่นกัน
  15. ช่วยขับระดู ขับลม ด้วยการใช้ผลมะกรูดนำมาดองทำเป็นยาดองเปรี้ยวไว้รับประทานแก้อาการ
  16. ช่วยกระทุ้งพิษ ช่วยรักษาฝีภายใน (ราก)
  17. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้เป็นอย่างดี
  18. น้ำมันมะกรูดมีฤทธิ์อ่อน ๆ ช่วยยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้
  19. ใช้สระผมเพื่อทำความสะอาด ทำให้ผมดกเงางาม ป้องกันผมหงอก แก้ปัญหาผมร่วง ความเปรี้ยวของน้ำมะกรูดยังมีฤทธิ์เป็นกรดช่วยขจัดคราบแชมพู หรือชำระล้างสิ่งอุดตันต่าง ๆ ตามรูขุมขนบนหนังศีรษะ แล้วยังทำให้ผมหวีง่ายอีกด้วย ด้วยการผ่ามะกรูดเป็น 2 ชิ้น เมื่อสระผมเสร็จ ให้เอามะกรูดสระผมซ้ำ ด้วยการใช้มะกรูดยีให้ทั่วบนผม แล้วล้างออก จะช่วยทำความสะอาดผมได้
  20. ช่วยล้างสารเคมีในเส้นผม เนื่องจากในแต่ละวันเราต้องโดนทั้งฝุ่นละออง แสงแดด ยาสระผม ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้ผมแห้งกรอบได้ แม้จะใช้ครีมนวดผมหรือทรีตเมนต์บำรุงและซ่อมแซมผมก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่ สำหรับวิธีการปกป้องเส้นผมและล้างสารเคมีก็ง่าย เพียงแค่ใช้น้ำมะกรูดมาชโลมบนผมที่เปียกชุ่ม แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วล้างซ้ำอีกรอบด้วยน้ำเย็นจะทำให้ผมเงางามและมีน้ำหนักขึ้น และยังช่วยถนอมเส้นผมและบำรุงเส้นผมไปในตัวอีกด้วย
  21. ใช้รักษารังแคและชันนะตุ ด้วยการนำมะกรูดมาเผาไฟ นำมาผ่าเป็นซีกแล้วใช้สระผม จะช่วยรักษาอาการชันนะตุได้
  22. ใช้ผสมเป็นน้ำอาบเพื่อทำความสะอาด ช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง ด้วยการนำมะกรูดมาผ่าซีกลงในหม้อต้มเป็นน้ำอาบ
  23. มีอาหารบางชนิดที่นิยมใช้น้ำมะกรูดเป็นส่วนผสม
  24. เนื่องจากน้ำมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยอยู่มาก มีกลิ่นฉุน สามารถนำไปใช้ไล่แมลงบางชนิดได้ เช่น มอดและมดในข้าวสาร ด้วยการใช้ใบมะกรูดสด ๆ ประมาณ 4-5 ใบต่อข้าว 1 ถัง แล้วฉีกใบเป็น 2 ส่วนให้กลิ่นออก แล้วใส่ลงในถังข้าวสาร เมื่อใบมะกรูดแห้งแล้วก็ให้เปลี่ยนใบใหม่ เพียงแค่นี้ก็จะไม่มีแมลงมอดมากวนใจท่านแล้วครับ
  25. มะกรูดสามารถใช้ในการไล่ยุงและกำจัดลูกน้ำได้ เมื่อทานหรือคั้นเอาน้ำแล้วก็อย่าทิ้งเปลือก ให้นำเปลือกมาตากแห้งและเผาไฟจะช่วยไล่ยุงได้ดีนัก (เปลือกผล)
  26. ในปัจจุบันมีการผลิตน้ำมันหอมระเหยในรูปแบบแคปซูลเพื่อใช้ไล่แมลงและหนอนสำหรับเกษตรกร ด้วยการใช้โปรยไว้ใต้ต้นไม้ที่ต้องการไล่แมลง แคปซูลก็จะค่อย ๆ ปล่อยน้ำมันออกมา แถมยังไม่มีอันตรายอีกด้วย
  27. น้ำมันจากใบมะกรูดมีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด เช่น ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยของราพวกมูเคอร์ แอสเปอร์จิลลัส อัลเทอร์นาเรีย และกระตุ้นการสร้างสปอร์ของแอสเปอร์จิลลัส
  28. ใบมะกรูดและน้ำมะกรูดสามารถใช้ดับกลิ่นคาวในอาหารได้
  29. ใช้ในการประกอบอาหารและแต่งกลิ่นคาวหวานของอาหาร เช่น ต้มยำ แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ฉู่ฉี่ ห่อหมก ทอดมัน โรยหน้าข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ฯลฯ
  30. น้ำมะกรูดสามารถใช้แทนน้ำมะนาว หรือใช้ร่วมกับมะนาวได้ จะได้รสเปรี้ยวและความหอมของน้ำมันหอมระเหยที่ผิวมะกรูดเพิ่มขึ้นไปด้วย
  31. มะกรูดยังใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีโสกันต์ ซึ่งระบุไว้ว่าจะต้องมีผลมะกรูดและใบส้มป่อยในการประกอบพิธี
  32. ยาฟอกเลือดสตรี ขับระดู ยาบำรุงประจำเดือน หรือยาแก้ผอมแห้งแรงน้อย มักจะมีมะกรูดอยู่ในตำรับยาเสมอ
  33. มีการนำเปลือกของมะกรูดมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด อย่างเช่น สบู่ แชมพูมะกรูดหรือยาสระผมมะกรูด ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงและแมลง เป็นต้น
  34. หากถูกปลิงกัด ไม่ควรดึงออก เพราะจะทำให้แผลฉีกขาดและเลือดจะไหลไม่หยุด แต่วิธีที่ควรทำในเบื้องต้นให้ใช้น้ำมะกรูดมาราดใส่ตรงที่ถูกปลิงเกาะ ก็จะทำให้ปลิงหลุดออกมาเอง
  35. มะกรูดช่วยแก้ปัญหากลิ่นเท้าเหม็น มีกลิ่นอับเชื้อรา ด้วยสูตรมะกรูด ขิง ข่า เกลือ อย่างละเท่า ๆ กัน นำมาต้มรอให้อุ่นสักนิดแล้วแช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก็จะช่วยลดกลิ่นอับแถมยังคลายความปวดเมื่อยได้อีกด้วย
  36. ช่วยดูดกลิ่นในรองเท้าหรือตู้รองเท้า ด้วยการใช้ผิวมะกรูด ตะไคร้หอม ถ่านป่น และสารส้ม อย่างละ 1 ส่วน นำมาใส่ถุงที่ทำจากผ้าขาวบางหรือผ้าที่มีช่องระบายอากาศ แล้วนำไปใส่ไว้ในตู้รองเท้าหรือในรองเท้า จะช่วยดูดกลิ่นได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว
  37. ช่วยทำความสะอาดคราบตามซอกเท้าเพื่อลดความหมักหมมด้วยการใช้สับปะรด 2 ส่วน, สะระแหน่ 1/2 ส่วน, น้ำมะกรูด 1/2 ส่วน, เกลือ 2 ส่วน นำมาปั่นรวมกันแล้วนำไปขัดเท้า
  38. การอบซาวน่าสมุนไพรเพื่อขับสารพิษผ่านเหงื่อและรูขุมขน มักจะมีสมุนไพรที่ประกอบไปด้วย ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ไพล ตะไคร้ พิมเสน การบูร และผิวมะกรูดผสมอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละตัวก็มีสรรพคุณในการช่วยขับสารพิษทั้งสิ้น

แหล่งที่มา : sharelnw

สูตรนํ้ายำรสเด็ด

สำหรับทำขายยึดเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้มั่นคง!!โพสเมื่อเดือนที่แล้วกระแสมาแรงแบบดังระเบิดกระจายกันแทบทุกเว็บ ขอบคุณข้อมูลสูตรน้ำยำ จากเว็บรวมกระทู้ โดย คุณ Three days before

สูตร น้ำยำ และเคล็ดลับ”ที่เก็บไว้ได้นาน ดัดแปลงได้หลายอย่าง

#ส่วนผสม

น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

#วิธีทำ

นำภาชนะมาตักน้ำเปล่าใส่ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
บีบน้ำมะนาวใส่ 6 ช้อนโต๊ะ
กลมกล่อมด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
หวานหอมด้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศเป็นเคล็ดลับ…น้ำยำเทวดา เพื่อช่วยสร้างสีสรรค์ให้อาหารทุกชนิด สีสด
สวย 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรส…จะใส่หรือไม่ใส่..ก็ได้ เพราะไม่เน้น
ใส่กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
ตามด้วยพริกสับ 2 ช้อนโต๊ะ ถ้า 3 ช้อนโต๊ะใช้ช้อนคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
เปิดไฟใช้ความร้อนปานกลาง เคี่ยวส่วนผสม พอน้ำยำเดือดจับเวลา 2 นาที
ต้องหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา กลัวเดือดฟู …ล้นภาชนะ
ปิดไฟใช้ได้แล้ว ” น้ำยำ เทวดา สารพัดนึก ”
รอให้เย็นสักพัก เทใส่ขวด..นำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ใช้..

#เคล็ดลับปรุงน้ำยำ

ควรใช้มะนาวแท้
ที่สำคัญที่สุด ขอให้เป็นมะนาวแท้ๆ เป็นลูกๆนะคะ
ส่วนตัวเราว่า อร่อยมากกว่า มะนาวเทียม น้ำส้มสายชู
คุณ ทุเรียนสีชมพู
ใช้น้ำเชื่อม
เวลาทำน้ำยำ ขอแนะนำให้ใช้น้ำเชื่อมแทนน้ำตาลทราย
เพราะเวลาผสมแล้วจะเข้ากันได้ดีกับน้ำปลาและมะนาว
ไม่ต้องเสียเวลารอให้น้ำตาลละลายด้วย
น้ำเชื่อมที่ใช้ไม่ต้องเคี่ยวให้เหนียวหนึบ เพียงแต่ให้ข้นหน่อย
ใช้แทนผงชูรสไปด้วยในตัวสำหรับคนที่ติดผงชูรส

#วิธีก็คือใส่น้ำปลากับมะนาวให้เท่าๆกันก่อน
จะเป็นเท่าไหร่ก็แล้วแต่ว่าปริมาณอาหารที่จะยำมากน้อยแค่ไหน
เมื่อได้ปริมาณแล้วให้ใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปอีกประมาณ 1-2 หน่วยของอุปกรณ์ที่ใช้ตัก

ปรกติถ้ายำกินที่บ้านจานเดียว ก็ใส่น้ำปลา 3 ช้อน น้ำมะนาว 5 ช้อนค่ะ
ส่วนน้ำเชื่อมจะใส่มากหรือน้อยก็ต้องชิมเอาค่ะ
เพราะขึ้นอยู่กับความหวานที่แต่ละคนใช้
ข้อสำคัญอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำปลาและน้มะนาวต้องเป็นอันเดียวกันนะคะ
จะได้ตักได้เท่าๆกัน ในการทำครั้งแรกคงต้องลองตวงแล้วชิม
จนกว่าจะได้รสชาติของตัวเอง จากนั้นจำไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ
แต่ถ้าไปทำกินที่อื่นก็ใช้หลักการนี้แหละค่ะ ขั้นแรกต้องเท่ากันก่อน
จากนั้นเติมส่วนที่ต้องการให้มีรสนำลงไปเพิ่ม
โดย: แม่เจเจ www.pantown.com

แหล่งที่มา : ideadeede

คำโบราณกล่าวไว้ว่าสังขารคือสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนสิ่งที่เหลืออยู่คือความดีและความชั่วที่คนข้างหลังจะมองเห็นระลึกได้ ..หลงเทศน์มาเสียยกใหญ่..กะว่าโดนไล่จากครูจะบวชเป็นพระ…

วันนี้ครูชาตรีเลยนำไอเดียการทำความดีจนวาระสุดท้ายมาฝาก.. สิ่งที่นำเสนอคือ..เปลี่ยนต้นกล้วยนำว้าเป็นต้นกล้วยหอม..เริ่มเลยนะ

บ้านใครมีต้นกล้วยที่กล้วยแก่พร้อมที่จะตัด…ให้ตัดเฉพาะเครือกล้วยออกมา ต้นอย่าตัด จะได้เอาไว้ใช้ประโยชน์จนวาระสุดท้าย

วิธีการทำ

ใช้มีดเจาะต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วเป็นรูๆและเอาหัวหอมในครัวมาเสียบในรูที่เราเจาะ(ใช้ไม้เหลาแหลมๆทิ่มเป็นรูๆก็ได้นะ) ไม่ต้องรดน้ำ 7-10 วัน รับรองมีต้นหอมไว้กินเองปลอดภัยไม่มีสารพิษ

วิธีนี้จะตัดต้นหอมได้ประมาณ 3 ครั้งหัวหอมจะฝ่อต้นกล้วยก็จะเน่าสลายไปตามอายุขัยกลายเป็นปุ๋ยต่อไปไงละครับ

แหล่งที่มา : lovenayou

หลายคนคงอยากที่จะมีฟันที่ขาวสวย เพราะเวลายิ้มหรือหัวเราะจะได้มีความมั่นใจมากขึ้น แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่มีกิจวัตรที่เคยชินบางอย่าง ที่ทำให้ฟันเหลือง ที่คลินิกทันตแพทย์มีหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณมีฟันที่ขาวสะอาดได้ แต่หลายคนกลัวว่าจะมีผลเสียต่อสุขภาพเหงือกและฟัน แต่วันนี้เพื่อนชาวเน็ตคนนี้จึงมีวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ฟันขาวสะอาด และไม่ทำร้ายเหงือกและฟันอีกด้วย เพราะเป็นวิธีที่ธรรมชาติสุดๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  ชายคนนี้ได้มีเคล็ดลับที่จะมาสอนวิธีทำยาสีฟันเพื่อให้ฟันขาว โดยก่อนอื่นต้องเตรียมวัสดุก่อน ดังนี้

1.ผงขมิ้น

2.น้ำมันมะพร้าว

3.น้ำมันสกัดจากใบสะระแหน่

ขั้นตอนดังนี้ คือ  ใส่น้ำมันทั้ง 2 ชนิดอย่างละ 1 ช้อนชา จากนั้นใส่ผงขมิ้น 2 แคปซูล จากนั้นคนให้เข้ากันจน  จนเป็นเนื้อเดียวกัน

จากนั้นใส่ไว้บนแปรงสีฟัน และแปรงฟันตามปกติ  เมื่อใช้เป็นประจำคุณจะเห็นว่าฟันของคุณจะขาวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

เห็นไหมครับง่ายนิดเดียว ตอนนี้หน้าที่ของคุณก็คือ อย่าขี้เกียจที่จะแปรงแบบนี้ทุกวัน

เพราะในขมิ้นไม่เพียงช่วยให้ฟันขาว แต่ยังสามารถช่วยลดอาการอักเสบและบวมได้อีกด้วย  ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตรอบเหงือก ,ป้องกันแบคทีเรียและป้องกันโรคเหงือก ในน้ำมันมะพร้าวมี กรดแลคติค (Lauric acid) สามารถขจัดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้ ป้องกันฟันผุ  น้ำมันสะระแหน่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการต่อต้านแบคทีเรียและช่วยให้ปากมีกลิ่นหอมสดชื่น

ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ แปรงของคุณอาจค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ เพราะฉะนั้นควรทำความสะอาดอย่างดี หากแปรงเริ่มเยินแล้ว ก็ควรเปลี่ยนแปรงใหม่!

แหล่งที่มา : roongee

คอมเม้นบางส่วน ของผู้ที่ทำตามแล้วลดได้จริง

คุณ Cheery Love : ดีมากเลยได้ผลดีมาก จาก 60 มาเป็น 49 อะ ทำ แค่ 8 วัน เอง ลดต้นขา และ กระซับ แขน ด้วย ดีมาก ถ้าไครเข้ามาดู ขอให้ ผอมมีสุขภาพดีนะคะ สู้ๆ

คุณ Monkung ch : ได้ผลไหม? ผมตอบว่าได้ผลคับพอดีพึ่งเริ่มวันที่6ธันวาคมคับ วันนี้วันที่8 รู้สึกว่าเปลี่ยนเเปลงมากคับจาก65 เหลือ 58 (ควบคุมอาหารด้วยนะ) อาหารเช้ากินปกติคับ ตอนเที้ยงก็ปกติ

เเต่ตอนเย็นกินโยเกริตไม่ก็ผลไม้คับได้ผมดีมากเลย วันเเเรกปวดมาก เหลือเกิน555 ทำเเค่3วันเองก็ลดเเล้ว ล่าาาสุดดดตอนนี้ 22/3/58 ผมน้ำหนัก 54 ได้ไง555

คุณ บัณฑิตา มากศิริ : ทำแล้วขาเล็กดีคะ แล้วเราลองถ่ายรูปขา+หน้าท้อง เพื่อนบอกว่าหุ่นดีขึ้น อันนี้การันตีเลย น้ำหนักเราก่อนเล่น 50 กิโล หลังจากเล่น 7วัน เหลือ 44 คือดีใจมาก ><

วันนี้มีท่าลดพุงและไขมันส่วนเกิน มาแนะนำกันอีกแล้ว นำมาจากคลิปของคุณ Coach TukTik โดยเป็นท่าบริการพุงที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพียงแค่มีความตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอ พุงและไขมันส่วนเกิน ก็จะหายไปเราอย่างแน่นอน

พุงหาย ไขมันหด ลดจริง (ทำตามวันละ 2 รอบไม่ลดให้รู้ไป ) โภชนการอาหาร 80% + ออกกำลังกาย 20% ฟิตเฟริมถาวร ลองดูซิคะ

ท่าลดพุงที่ 1 นอนราบยกขาขึ้นลง

ท่านี้ให้เรานอนราบไปกับพื้น กางแขนออกแนบไปกับพื้น ส่วนขาทั้ง2ข้างชิดกัน
พร้อมกับยกขึ้นลงตามรูปด้านบน

ท่าลดพุงที่ 2 นอบราบเหวี่ยงขาไปมาซ้าย ขวา

ท่านี้จะคล้ายกับท่าที่ 1 แต่จะเปลี่ยนจากยกขาขึ้นลง เป็นบิดขาไปทางซ้ายและขวาแทน

ท่าลดพุงที่ 3 นอนแต่มือไปที่ปลายเท้าสลับซ้าย-ขวา

ท่านี้ให้นอนแล้วยกแขนซ้ายไปแตะที่ปลายเท้าขวา ยกแขนขวาไปแตะที่ปลายเท้าซ้าย
สลับไปมา

ท่าลดพุงที่ 4 นั่งยกเท้า บิดตัวไปซ้ายขวา

ท่านี้ให้นั่งแล้วยกเท้าทั้ง 2 ข้าง โดยเท้าต้องชิดกัน แล้วให้บิดแขนทั้งสองข้างไปทางซ้ายและขวาของตัวเอง

ท่าลดพุงที่ 5 นอนยกขา สลับปลายเท้าไปมา

ท่านี้ให้นอนราบแล้วยกขาขึ้นมา จากนั้นให้ตีขา สลับไปมาตามรูปด้านบน

เห็นแบบนี้แล้ว ลองเอาไปทำกันดูได้นะคะ เพียงแค่ท่าละ 30 วินาทีต่อเนื่อง วันละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วก็หุ่นสวยของเรา

แหล่งที่มา : postsod

ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว สำหรับหนุ่มตูน ที่ออกวิ่งตั้งแต่ เบตง โดยมีปลายทางอยู่ที่ แม่สาย ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ และตอนนี้หนุ่มตูนก็อยู่ที่จังหวัดลำปาง กำลังจะพิชิตโค้งสุดท้าย ที่แสนทรหด เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ แม่สาย เชียงราย และทำภารกิจสำเร็จ

และดูเหมือนเป้าหมายจะทะลุไปไกลเกินที่คาดไว้มากแล้ว เมื่อล่าสุดทางเพจ ก้าว ได้ออกมาอัพเดตยอดบริจาคล่าสุด ซึ่งพุ่งไปถึง 901,258,112.94บาท!!! ซึ่งระยะทาง ณ ตอนนี้ที่ก้าวไป เท่ากับ 1,943.03กิโลเมตร ใช้เวลารวมทั้งหมด 340:43:56ชั่วโมง ภายในเวลา 50วัน ซึ่งแปลว่าเหลือเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้น โครงการก้าวคนละก้าว ก็จะถึงจุดมุ่งหมายและประสบความสำเร็จเป้าหมายที่ตั้งไว้

และล่าสุดได้เกิดภาพประทับใจระหว่างทาง เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Wanida Tubtawee ได้โพสต์รูปภาพและเรื่องราว ระหว่างรอพี่ตูนและทีมงานอยู่ข้างทาง ซึ่งเธอคนนี้ได้ยื่นโทรศัพท์ให้พี่ตูน พร้อมขอเซลฟี่ โดยบอกว่า “ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”ป่วยเป็นมะเร็งอยากได้กำลังใจจากพี่ตูนคะ” ซึ่งพี่ตูนได้ถ่ายรูปด้วย และถามสารทุกข์สุขดิบ ถึงสุขภาพร่างกายของเธอ ซึ่งเธอบอกว่าอาการเธอดีขึ้น มีเดินบ้าง โดยพี่ตูนเซลฟี่กับเธอและก่อนจะไปยังให้กำลังใจเธออีกด้วย โดยทั้งนี้เรื่องราวประทับใจนี้ได้ระบุเอาไว้ว่า…

“ไปดักขอถ่ายรูปกับ พี่ตูนที่set3ของวันที่19 ธค ณ.ป่ารกร้างของ อ.เกาะคา ยื่นโทรศัทพ์ให้พี่ตูน บอกว่า”ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”ป่วยเป็นมะเร็งอยากได้กำลังใจจากพี่ตูนคะ”เหรอคับ รักษาถึงไหนแล้วคับ”กำลังคีโมคะ “ออกกำลังกายป่าวคับ” ออกเดินคะ “ดีคับ” จากนั้นพี่ตูนก้อกอดไหล่แล้วพยายามเชลฟี่รูปให้เราแต่มันย้อนแสง
พี่ตูนแกจับเราหมุนรอบตัวเอง จนได้ภาพที่ชัดเจนสุดยอด ก่อนจะคืนโทรศัทพ์คืน พร้อมชูมือให้เราแตะมือ แล้วบอกว่า “สู้ๆผมเป็นกำลังใจให้นะคับ” ขอบคุณกำลังใจนะคะ ขอบคุณพี่ตูนที่แบ่งปันกำลังใจให้คะ มันรับรู้ได้จากแววตาและน้ำเสียงที่อ่อนโยน จนกลั่นน้ำตาไม่อยู่น้ำตาไหลเลย มีพลังให้ก้าวต่อไป ขอบคุณพี่ก้อยด้วยที่รับรู้รับฟังและยังชูมือให้สู้ๆนะคะ น่ารักมากคู่นี้พี่ก้อยพี่ตูน #ก้าวคนละก้าว #ก้าว #safeพี่ตูน cr:Sornwut Tubtawee ที่ผลักดันจนได้เจอพี่ตูน”

ชมคลิป

โพสต์โดย Wanida Tubtawee บน 19 ธันวาคม 2017

แหล่งที่มา : pokpong.gazips

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ วิธีกำจัดติ่งเนื้อง่ายๆ มาฝาก ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผล ปลอดภัยและไม่ต้องพึ่งสารเคมี เรามาดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง


เคล็ดลับ วิธีกำจัดติ่งเนื้อที่ได้ผลและไม่ต้องพึ่งสารเคมี เจ้าติ่งเนื้อ (Skin tags) ปัญหากวนใจที่ใครเป็นก็ต้องรู้สึกขาดความมั่นใจ สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามอายุ มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปี ขึ้นไป

ของสำคัญที่ต้องใช้ก็มีแค่แอปเปิ้ลไซเดอร์ เพียงนำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาถูเบา ๆ บริเวณติ่งเนื้อ

ทำอย่างนี้วันละ 2 – 3 ครั้ง ภายใน 2 – 3 วัน (บางคนอาจนาน 1 – 2 สัปดาห์อย่าได้ท้อนะ) คุณจะเริ่มเห็นความแตกต่าง เจ้าติ่งเนื้อจะเริ่มมีสีเข้มขึ้น ๆ และหลุดออกไปในที่สุด ง่าย ๆ แถมปลอดภัย ลองทำกันดู

แหล่งที่มา : lovenayou