You are here

อิทธิฤทธิ์ทรายเสก จากคาถาเสกทราย! ใช้กำกับเสกทรายให้เกิดอานุภาพ โรยรอบอาณาเขต ป้องกันภัยร้ายจากสัตว์มีพิษ ภูตผีปีศาจ คุณไสยมนต์ดำ!!

มนต์คาถาที่ใช้ในการป้องกันภัยอันตราย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีอุปเท่ห์ในการใช้อย่างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ คาถาเสกทราย, คาถาหว่านทราย ซึ่งเมื่อเสกสวดกำกับทรายแล้ว ก็จะเรียกว่า “ทรายเสก” เป็นของมงคลประเภทหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ เกิดจากอานุภาพของคาถาและพลังจิตอันแก่กล้าของผู้เสก ประกอบกับขั้นตอนต่างๆในระหว่างการเสกทรายที่แต่ละครูบาอาจารย์อาจจะแตกต่างกันไปตามตำราที่ได้ร่ำเรียนมา บางตำราก็ต้องเขียนเลขยันต์บนทรายก่อนเสก หรือบางคาถาก็สามารถสวดได้เลย เป็นต้น แต่โดยรวมแล้ว อุปเท่ห์ในการใช้จะเป็นรูปแบบเดียวกันคือ ใช้เสกกำกับทราย โรยทรายรอบอาณาเขต เช่น บริเวณบ้าน หรือสถานที่ต่างๆที่ต้องการ เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษ หรือ สิ่งไม่ดี คุณไสยมนต์ดำ ภูตผีปีศาจ หรือเป็นไปเพื่อการขับไล่สิ่งชั่วร้าย ก็สามารถทำได้

โดยทรายเสกที่ลือเลื่องในด้านอานุภาพ เช่น ทรายเสกของหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท โดดเด่นด้านการป้องกันสิ่งไม่ดีต่างๆ อาถรรพ์มนต์ดำ วิญญาณร้าย , ทรายเสกของ หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ ที่สามารถป้องกันโจรผู้ร้ายได้, ทรายเสกของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง เป็นทรายมงคลที่มีเคล็ดการใช้อยู่ว่า ระหว่างโรยทราย หว่านทราย ต้องบริกรรม “นะโมพุทธายะ” กำกับไปด้วยเรื่อยๆ และต้องหว่านจากข้างในบ้าน ออกมานอกบ้าน เป็นต้น

ทั้งนี้จะขอยกตัวอย่างใน “หนังสือที่ระลึกงานทำบุญอายุครบ ๙๐ ปี พระครูจันทโรภาส ๕ มกราคม ๒๕๓๕” (เผยแผ่โดย เพจ : คาถาครูพักลักจำ ที่กล่าวถึงการโปรยทรายเสก จากบนเครื่องบินของหลวงพ่อจาด หลวงพ่อจง และหลวงพ่อจันทร์ ใจความว่า เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายสังข์ พัฒโนทัย เป็นตัวแทน ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นิมนต์พระเกจิอาจารย์สามรูป ได้แก่ ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒.หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี ๓.หลวงพ่อจันทร์ วัดป่าข่อย จังหวัดสวรรคโลก เพื่อขึ้นเครื่องบินโปรยทรายเสกป้องกันภยันตรายให้กับบ้านเมือง เนื่องจากสมัยนั้นอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒

เนื้อหาในหนังสือได้กล่าวไว้ว่า มนต์คาถาที่พระเกจิอาจารย์ทั้งสามรูปใช้เพื่อการโปรยทราย คือ

หลวงพ่อจง ใช้คาถาว่า “อิติปิก” สำหรับแผ่พลังจิต

หลวงจาด ใช้คาถาว่า “นะอัด โมอุด พุทยัด ธายัน ยะยันเข้าไว้ นะโมพุทธาอุด”

หลวงพ่อจันทร์ใช้คาถว่า “นะบิดดิน โมบิดไฟ พุทบิดลูก ธาบิดกระบอก ยะห้ามมิให้ออก อิสสวาสุอิติบิด”

สำหรับคาถาเสกทราย , คาถาหว่านทราย มีอยู่อีกหลายบทด้วยกัน ซึ่งจะยกตัวอย่าง “คาถาหว่านทราย” ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เพื่อป้องกันภูติผีปีศาจ ป้องกันสิ่งไม่ดี อาถรรพ์มนต์ดำต่างๆ ฆราวาสก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน โดยก่อนสวด ให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่าดังนี้

อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ

พุทธะชาละปิริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุฯ

อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ

ธัมมะ ชาละปิริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุฯ

อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ

ปัจเจกะพุทธะ ชาละปิริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุฯ

อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ

สังฆะชาละปิริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุฯ

ใช้เสกบริกรรมและหว่านทรายไปรอบๆบ้าน เพื่อป้องกันภูตผีปีศาจ สิ่งชั่วร้าย

อีกหนึ่งคาถาเสกทราย คือ คาถาเสกเกลือเสกทราย พ่อท่านทองวัดหลักห้า จังหวัดยะลา

(เผยแผ่โดย เพจ : พุทธาคม ปาฏิหาริย์อำนาจบุญ อริยะเหนือโลกhttps://web.facebook.com/putthakom/posts/691323474371503:0?_rdc=1&_rdr)

โดยเกลือนั้นเชื่อว่าจะช่วยทำลายสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ส่วนทรายเพื่อช่วยป้องกันภัย

วิธีการเสกทราย คือ ท่านว่า ให้หว่านทรายไว้รอบๆ บ้าน เพื่อป้องกันโจรผู้ร้าย กันภัยร้าย กันอัคคีภัย หรือคุณไสยมนต์ดำ

โดยก่อนจะหว่านทราย ต้องตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่าคาถาดังนี้

“นะโมพุทธายะ พุทธังคุ้ม ธัมมังกัน สังฆังรักษา ภูตากังเก นะชาลิติ อิสวาสุ มะอะอุ”

ให้สวดทั้งหมด ๑๐๘ จบ แล้วหว่านทรายเพื่อกั้นเขตด้วยอาคม ให้อาราธนาถึงพ่อท่านทอง..ตาหลวงด้วย แล้วท่านจะเมตตาช่วยเหลือ

นอกจากนี้ยังมีคาถาเสกทรายเพื่อทำทรายเสกอันมากด้วยอิทธิฤทธิ์ จากครูบาอาจารย์หลายๆท่าน บางท่านอาจจะมีขั้นตอนที่เคร่งครัดมากเป็นพิเศษ เช่น การเขียนยันต์ ทำให้ทรายเสกที่เกิดจากการเสกบริกรรมของครูบาอาจารย์ผู้ทรงศีลมากไปด้วยอานุภาพ หลายๆคนจึงต้องแสวงหาบูชาทรายเสกจากพระเกจิอาจารย์มาโรยรอบบ้าน เพราะเชื่อมั่นว่า อานุภาพของทรายเสกจากพระผู้ทรงศีลและมากด้วยวิทยาคมนั้น จะให้ผลได้ดี… ขณะที่บางท่านที่หาบูชาทรายเสกไม่ได้ ก็สามารถใช้การอธิษฐานจิต ตั้งนะโม ๓ จบ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ แล้วว่าคาถาเสกทราย, คาถาหว่านทราย ดังที่กล่าวไปข้างต้น แล้วบริกรรมสวดคาถานั้นเอง โดยโรยทรายไปรอบๆบ้าน ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่จะเกิดอิทธิฤทธิ์ ให้ผลในการป้องกันภัยร้ายได้ดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ผู้เสกจะต้องมีจิตที่ตั้งมั่น มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า มีศรัทธาเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ผู้ประสาทวิชา อีกทั้งยังต้องเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรม จึงจะทำให้เกิดผลได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสกทรายให้เกิดอิทธิฤทธิ์ และใช้ได้ผลจริง… แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป หากมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่?!!

แหล่งที่มา : tnews

ใส่ความเห็น

Top